สตรีในพุทธกาล

“นับจากตั้งจิตอธิษฐาน  ทั้งพระโพธิสัตว์และพระมารดา ทรงบำเพ็ญบารมีด้วยความอุตสาหะอย่างยิ่งยวด เป็นเวลายาวนานนับแสนกัป และได้กลับมาบังเกิดเป็นพระนางสิริมหามายาในชาตินี้”

คำอธิษฐานของพุทธมารดา

 ครั้งหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมณโคดมเมื่อครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์ เคยบังเกิดเป็นชายผู้ยากจนซึ่งไม่ยอมแต่งงานมีครอบครัวเพราะเขาต้องการดูแลพ่อและแม่ผู้ชรา ต่อมาพ่อได้เสียชีวิตลง ทำให้เค้ายิ่งตั้งใจดูแลแม่มากขึ้นไปกว่าเดิมอีก ชายผู้นี้ทำงานเป็นพ่อค้าที่มีเรือสำเภา ด้วยความเป็นลูกจ้างที่ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน และยังเปี่ยมด้วยสติปัญญา ไม่นานเขาก็ได้ทำหน้าที่เป็นนายเรือสำเภา แต่ละครั้งที่ไปเป็นเวลานานหลายเดือน เขาเป็นห่วงแม่ จะฝากใครก็มองไม่เห็น ในที่สุดจึงตัดสินใจพาแม่ขึ้นเรือไปด้วย

ความไม่แน่นอนบังเกิดขึ้นเสมอเป็นปกติธรรมดา

เรือสำเภาต้องเจอกับพายุใหญ่ ลมและคลื่นรุนแรงเป็นอย่างมาก นายเรือพยายามต่อสู้จนสุดชีวิต แต่มิอาจต้านทานพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้ ในที่สุดสำเภาลำนี้ก็ต้องอับปางลง

ทุกคนกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด นายเรือก็เช่นกัน แต่ที่ต่างคือเขามีแม่ผู้ชราเพิ่มมาด้วย เขาแหวกว่ายหาแม่อย่างไม่คิดชีวิตตน ในที่สุดก็พบแม่เกาะกระดานแผ่นไม้แผ่นหนึ่งอยู่

เวลาผ่านไป ความทุกข์ทรมานได้ทับถมเพิ่มพูนแก่ทุกชีวิตที่ยังลอยคอเหลือรอดอยู่กลางทะเล

คนอื่นที่เกาะกระดานลอยน้ำอยู่เช่นเดียวกับเขา แม้จะรับผิดชอบชีวิตของตัวเองก็แทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรง ที่จะทรงกาย แดดเปรี้ยงสาดแสงอย่างไม่ปรานี ทำให้แต่ละคนรู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายร้อนๆ อัดแน่นอยู่เต็มคอ คนที่ทนไม่ไหวเริ่มถอดใจค่อยๆปล่อยมือจากสิ่งที่เกาะ คนแล้วคนเล่า

แต่มีชายผู้มีแม่อยู่บนหลัง กลับคิดจะกระทำในสิ่งที่ต่างไป เขาตระหนักว่าหากเกาะกระดานอยู่เช่นนี้ต่อไปแน่นอนว่าวันหนึ่งจะต้องจมลงเป็นอาหารของปลาเช่นคนอื่น

ด้วยจิตตั้งมั่น  ที่กอปรด้วยความอุตสาหะพยายามอันยิ่งใหญ่ เขาเริ่มแหวกว่ายออกไปข้างหน้าโดยมีมารดาแบกไว้บนหลัง

เหตุการณ์นี้ไม่รอดไปสักสายพระเนตรของท้าวมหาพรหม นายเรือตัดสินใจกระทำในสิ่งที่ไม่มีผู้ใดคิดจะทำ เขาจะต้องมีความกล้าหาญมากมายสักเพียงใด  จิตใจต้องเข้มแข็งมากสักเพียงใด ทั้งความวิริยะพากเพียร ต้องมากกว่าคนธรรมดาเป็นแน่

ในสมัยนั้นโลกปราศจากพระพุทธเจ้าหลายกัลป์แล้ว ท้าวมหาพรหมจึงดลจิตให้บุรุษนี้ปรารถนาพระโพธิญาณ ฝ่ายนายเรือกำลังเผชิญวิบากอันหนักหนาสาหัส มองเห็นแต่ความทุกข์รอบด้าน เฉลียวดูในใจก็เห็นแต่ทุกข์ ทำเช่นไรหนอจะหลุดพ้นจากกองทุกข์นี้ไปได้

 จึงตั้งจิตเปล่งวาจาว่า “เราปรารถนาการตรัสรู้ หากรู้แล้ว ก็อยากให้ผู้อื่นรู้ด้วย หากหลุดพ้นแล้ว ก็อยากให้ผู้อื่น หลุดพ้นด้วย หากเราข้ามได้แล้ว ก็อยากให้ผู้อื่นทำได้ด้วย”

 มารดาผู้เกาะอยู่บนหลังได้ยินลูกเปล่งวาจาเช่นนี้จิตพลันบังเกิดโสมนัส ทั้งดีใจทั้งชื่นใจที่ลูกตั้งใจจะทำมหากุศล นางต้องการมีส่วนเป็นพลังหนุนนำและเป็นกำลังใจให้กับบุตร จึงเปล่งวาจาขึ้นเป็นสัจจะอธิษฐาน

 หากลูกปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ แม่ก็ปรารถนาจะเป็นพระพุทธมารดาเช่นกัน”

 นับจากตั้งจิตอธิษฐาน  ทั้งพระโพธิสัตว์และพระมารดา ทรงบำเพ็ญบารมีด้วยความอุตสาหะอย่างยิ่งยวด เป็นเวลายาวนานนับแสนกัป และได้กลับมาบังเกิดเป็นพระนางสิริมหามายาในชาตินี้

ที่มา: หนังสือสตรีในพุทธกาล ต้นธารแห่งความสุข หน้าที่ 5-8

ภาพ: ชัชวาล รอดคลองตัน