ประวัติพระอาจารย์พระปลัดชัชวาล ชินสโภ

Submit to FacebookSubmit to Twitter

ประวัติพระอาจารย์พระปลัดชัชวาล ชินสโภ

ประวัติพระปลัดชัชวาล ชินสโภ (ผู้อำนวยการศูนย์ฯ)

 

เกิด :                หลังตลาดสี่แยก ตำบลทองหลาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก

การศึกษาภาคคฤหัสถ์ : พม.

บรรพชา :        เป็นสามเณรเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2509 วันแรม 3 ค่ำ เดือน...

                        อุปสมบทเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2512 ที่วัดหนองเตย ตำบลพรหมณี อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

งาน :               เลขาธิการสำนักงานเรียน โดยได้รับการคัดเลือกจากคณะสงฆ์

                        อาจารย์ใหญ่โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์

                        อาจารย์สอนภาคการศึกษาปริยัติ

                        ครูสอนปริยัติธรรม พ.ศ. 2517-2532

                        ครูสอนนักเรียนชั้น ป.2 – ม.6 วิชาพุทธศาสนา กรรมฐาน อังกฤษ คณิตศาสตร์

ด้านปริยัติ :     สอบนักธรรมครั้งแรกที่วัดโบสถ์เจริญธรรม อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ตั้งแต่เป็นสามเณรจนเป็นพระภิกษุ (2511) ได้นักธรรมโท (2512)
                        2513 พำนักอยู่ที่วัดหงส์รัตนาราม (ยังสังกัดอยู่จนถึงปัจจุบัน)

                        2528-2531 เรียน มจร.

                        2532 สอบ มจร.

                        2532 ปฏิบัติศาสนกิจด้วยการศึกษาวิปัสสนาธุระ ที่วัดวิเวกอาศรม (2532)

 การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

            รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตได้มีหนังสือจากอธิการบดี เจาะจงขอตัวให้ทำโครงการสอนวิปัสสนากัมมัฏฐานแก่พระบัณฑิตปฏิบัติธรรมรุ่น 36 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2533 ทำงานโครงการทั้งที่เป็นเอกสาร ซึ่งมีเอกสารบันทึกการสอบอารมณ์เป็นครั้งแรกของงานวิปัสสนาในประเทศไทย โดยทีมงาน 5 ท่าน ได้แก่ อาจารย์ศิริศักดิ์, อาจารย์กิตติศักดิ์, อาจารย์ประดิษฐ์, อาจารย์มหาเหล็ก และอาจารย์ชัชวาล ประชุมงานกันที่ธรรมวิจัย มจร. ให้มีคะแนนภาคปฏิบัติและคะแนนความตั้งใจร่วมด้วย

 

การศึกษาภาคปฏิบัติ

            เริ่มสนใจตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียน ได้ฟังพระเทศน์บ้าง ได้ฟังครูเล่าเรื่องพระอรหันต์ว่าอิทธิฤทธิ์และปัญญาสูง จึงเกิดความสนใจว่าทำได้อย่างไร และได้เห็นปฏิปทาของพระสงฆ์โดยเฉพาะพระมหาเกตุ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครนายก ทำเทศนาฑูต เรื่องการผจญภัยและการเดินทาง

            พอมาบวชโดยบวชจูงหน้าไฟให้คุณตา (2509) แต่ยังบวชต่อไปเพราะสนใจอยากรู้ว่า บุญมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่มีใครเฉลยให้ได้ จึงต้องอยู่พิสูจน์ด้วยตนเอง เมื่อศึกษาถึงนักธรรมโทได้พบข้อมูลด้านปฏิบัติยังเป็นทฤษฎีอยู่ จึงเริ่มขวนขวายหาทางปฏิบัติตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา (2511) โดยเริ่มจากท่านเจ้าคุณเจ้าอาวาสพระครูสำรวย สังฺวโร ซึ่งเป็นอดีตพระธุดงค์เก่า ท่านแนะอุปนิสัยแล้วก็แนะนำให้ทำสมาธิแบบอัปปมัญญาเมตตา (การแผ่เมตตาโดยไม่มีประมาณ) และได้พยายามศึกษาดูแหล่งวิชาการด้านนี้จากแหล่งความรู้ภายในจังหวัดนครนายก เห็นว่ายังเป็นที่แคลงใจเมื่อเทียบกับปริยัติที่เรียนมา หลังจากออกอุปสมบทแล้วก็เริ่มออกศึกษาในจังหวัดใกล้เคียงกับจังหวัดนครนายก ได้แก่ สระบุรี และปราจีนบุรี เห็นว่ายังน่าจะมีข้อมูลจากแหล่งอื่นที่อาจจะสมบูรณ์กว่าแหล่งที่ตนเองเคยศึกษา และคิดว่าสถานที่ที่เป็นแหล่งรวมข่าวสารเหล่านี้ ที่ดีที่สุดน่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร ดังนั้น จึงได้เข้าสู่กรุงเทพฯ ที่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ในปี 2513 ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึงทุกวันนี้ ยังคงสังกัดอยู่ที่นี่

            การศึกษาภาคปฏิบัติเมื่ออยู่วัดหงส์ฯ ได้ตระเวนหาครูจากสำนักปฏิบัติที่เป็นที่รู้จักของมวลชนทั่วไป และศึกษาของพระสงฆ์ สามเณร ซึ่งไม่มีชื่อเสียงปรากฏในสื่อสารมวลชน วัดต่างๆ สำนักปริวาสบ้าง ในทุกภาคของประเทศ บางครั้งเดินธุดงค์ไปในที่ต่างๆ เพื่อแสวงหาข่าวสารเกี่ยวกับอาจารย์ผู้สอนวิปัสสนา ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนมาถึงเป็นครูก็ได้พยายามถามข่าวจากลูกศิษย์ลูกหาถึงสถานที่ปฏิบัติ ครูปฏิบัติ ณ ที่ต่างๆ บางทีก็ส่งผู้ที่สนใจให้ไปทดลองปฏิบัติเพื่อหาข้อมูล บางสถานที่ก็ไปเอง ลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงมากจากหลายๆ สถานที่ เป็นโลกียสมถะเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เป็นโลกุตระสมถะที่สามารถรองรับวิปัสสนาได้ก็ยังเห็นว่าน่าจะยังมีแหล่งวิชาที่ดีกว่าที่พบในขณะนั้น ที่สุดทั่วทุกภาคของประเทศที่ไปศึกษามา จึงคิดว่าแหล่งวิชาที่ดีที่สุดสำหรับสำหรับวิปัสสนากัมมัฏฐานน่าจะอยู่ที่วิทยาลัยสงฆ์ จึงได้เข้าศึกษาที่นั่น