วัตถุประสงค์

Submit to FacebookSubmit to Twitter

วัตถุประสงค์

พุทธบริษัทกลุ่มหนึ่งซึ่งมีทั้งพระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ผู้ทรงความรู้และมีความเข้าใจสภาพปัญหาและเงื่อนไขดังกล่าว และผู้หวังประโยชน์อันใหญ่หลวงแก่ปฏิบัติศาสนาอันจะพึงมีแก่มวลมนุษย์เทวดาทั้งหลาย และแก่การเข้าใจถูกต้องต่อพระศาสนาเอง ได้รวมกลุ่มกันเป็นมหาสมาคมพุทธบริษัทขึ้นโดยการนำของภิกษุพุทธบริษัท ร่วมใจกันสถาปนาศูนย์กลางการศึกษาวิปัสสนาธุระขึ้นเป็นแห่งแรก ณที่พักสงฆ์ธรรมจักร ๑๐๐/๑ ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยให้ชื่อว่า “ศูนย์กลางการศึกษาวิปัสสนาธุระพุทธวิหาร” โดยมีจุดประสงค์ดังนี้

  • เพื่อให้ปัญญาเห็นแจ้ง รู้จริงในวิธีการปฏิบัติให้วิปัสสนาญาณ มรรค ผล นิพพาน การเห็นทุกข์ การเห็นเหตุเกิดของทุกข์ การเห็นทุกข์ดับ และเห็นการดับทุกข์ ได้ปรากฏต่อสายตาปัญญาแห่งชาวโลก ไม่เป็นความลับอีกต่อไป เหมือนแบมือที่กำ หงายของที่คว่ำ เปิดของที่ถูกปิด ชี้ทางให้แก่คนที่หลงทางจุดประทีปในที่มืด เพื่อหวังว่าคนมีตาปัญญาจะพึงเห็นได้ ตามที่พระพุทธองค์ทรงประสงค์ไว้ไม่ต้องหลงเชื่อผิด เข้าใจผิดอีกต่อไป เป็นการป้องกันรักษาศาสนาปฏิบัติ อันเป็นวิปัสสนาธุระไว้ให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้พระศาสนาต้องมัวหมอง และให้สะอาดผ่องใสไปตลอดกาลนาน
     
  • เพื่อใช้เป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้าวิจัย การพัฒนาการเรียนการสอน การจัดทำหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมคมชัดถูกต้องตามหลักฐานทางคันถธุระอันได้แก่พระไตรปิฎก เป็นต้น เป็นสถานที่ศึกษาปริยัติชั้นสูงหลังปฏิบัติ และรวบรวมหลักวิชาการทางพระพุทธศาสนาเป็นสถานที่ศึhษาทั้งวิปัสสนาธุระ และคันถธุระของภิกษุ สามเณร พุทธศาสนิกชน และสาธุชนโดยทั่วไปไม่จำกัดชาติ ชั้นวรรณะ การศึกษา ศาสนา ฐานะ เพศ วัย เพื่อประโยชน์แห่งชาวโลกได้มีส่วนได้สัมผัส และเป็นเจ้าของผลแห่งปัญญาตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ถือว่าเป็นศาสนสมบัติของโลกอย่างแท้จริง
     
     
  • เพื่อบรรเทาและขจัดความเศร้าหมองแห่งจิตมนุษย์ที่เป็นเหตุแห่งความเหน็ดเหนื่อย ความทุกข์ ความวิปฏิสารเดือดร้อนในการดำรงชีวิตทั้งของบุคคล สังคม ประเทศชาติและของโลกให้เหือดหายไป พร้อมทั้งสร้างความสงบสุขร่มเย็น ความเอื้ออาทร ความเมตตาอารีต่อมวลมนุษย์ด้วยกัน ต่อสัตว์ทั้งหลาย ให้กลับมาสู่สังคมโลกอีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้ตามกำลัง
     
  • เพื่อให้โลกได้รู้ว่าวิปัสสนากัมมัฏฐานยังมีอยู่ในโลกจริง เป็นวิชาที่สามารถศึกษาได้ ปฏิบัติได้ ให้ผลได้ พิสูจน์ได้จริง เป็นปฏิบัติการอย่างแท้จริง ทั้งการปฏิบัติ ผลการปฏิบัติ และการพิสูจน์ผล การปฏิบัติมิใช่โวหาร หรือจิตนาการลึกลับอะไร เพียงแต่ต้องศึกษาด้วยตนเองอย่างจริงจังเท่านั้น ซึ่งเป็นการรักษาความสะอาดหมดจด เป็นการป้องกันคำสอนแห่งพระพุทธศาสนาปฏิบัติไว้ไม่ให้ผิดเพี้ยน เป็นการส่งเสริมให้โลกุตรธรรมวิชาปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน วิชาการสอนวิปัสสนา อันเป็นวิชาพิเศษเฉพาะในการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพุทธศาสนเอกลักษณ์ที่ไม่มีผู้สามารถดัดแปลง ปลอมแปลง หรือลอกเลียนแบบได้ ไว้ให้ยังคงเป็นประโยชน์ใหญ่ เป็นสมบัติของมวลมนุษย์โลก สมดังพระพุทธประสงค์ต่อไปและเพื่อให้ความสมานสามัคคีในหมู่พุทธบริษัทอันเกิดจากการศึกษาเห็นแล้ว เข้าใจพุทธธรรมอย่างถูกต้องได้กลับมาเป็นปึกแผ่นแน่นหนาเหมือนเดิม อันเป็นการทำให้ประเทศชาติมั่นคงและโลกสงบร่มเย็นด้วย
  • เพื่อเป็นสถานที่สร้างบุคลากร ระดับวิชาครูวิปัสสนาชั้นสูงที่มีคุณภาพมีประสิทธิภาพให้แก่พระพุทธศาสนาและแก่โลก เป็นสถานที่อนุรักษ์เผยแผ่พระสัทธรรมทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ เป็นศูนย์รวมแห่งงานศาสนาปฏิบัติทั้งหลักฐาน และแหล่งวิชาการ
     
  • เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที ต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา ครูอาจารย์ สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงต้องการให้หลักสูตรการศึกษาวิปัสสนาธุระเกิดขึ้นในการศึกษาของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยอันเป็นเหตุให้องค์ประธานสภานายกแสวงหาและนำมาสู่ผืนแผ่นดินในภายหลัง ได้ทรงสมพระราชประสงค์ เพื่อเป็นบรมราซานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี ที่พระวิปัสสนาจารยได้นำวิปัสสนาธุระมาเผยแผ่ในแผ่นดินไทยในรัฐสมัยของพระองค์ และบรรดาบรรพบุรุษผู้มีคุณต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ทั้งหลายด้วยการสร้างเป็นพุทธศาสนปฎิบัติตานุสรณ์ให้เป็นการบูชาคุณท่านด้วยความสามัคคีอันดีแห่งพุทธบริษัท พุทธศาสนิกชนผู้หวังความสงบร่มเย็นแก่ชาติและโลก มอบให้เป็นของขวัญอันล้ำค่าสูงที่สุด ที่พวกเรามอบให้แก่ชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์และแก่สาธุชนชาวโลกเพื่อใช้เป็นสถานที่ดับทุกข์ด้วยน้ำใจอันเปี่ยมด้วยความปรารถนาดีอย่างแท้จริง
     
  • เพื่อให้ความปรารถนาอันเกิดจากพระมหากรุณาอันยิ่งใหญ่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในอันที่จะเห็นมนุษย์ เทวดา สัตว์ ทั้งหลายพ้นทุกข์ดับทุกข์แห่งตนได้ ยังคงเป็นประโยชน์ใหญ่ยิ่งแก่มวลมนุษย์สืบไปภายหน้า เพื่อให้ความปรารถนาของท่านอาจารย์เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) ผู้มุ่งมั่นในอันที่จะปลูกฝังวิปัสสนาธุระให้เกิดขึ้นและเจริญงอกงามวัฒนาสถาพร เป็นประโยชน์แก่มวลมนุษย์ชาวไทยและบุคคลผู้อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยได้เกิดขึ้นและเจริญงอกงามในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อให้พระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในอันที่จะให้วิปัสสนาธุระที่ถูกต้องเกิดขึ้นแก่การศึกษาพระศาสนาในประเทศ เพื่อเป็นพุทธบูชาให้ตรงตามหลักสูตรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ได้บรรลุตามพระราชประสงค์ ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้
  • เพื่อให้ความปรารถนาของท่านอาจารย์ พระภัททันตะ อาสภมหาเถระ อัคคมหากัมมัฎฐานาจริยะพุทธศาสตร์ดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดึ้ พระวิปัสสนาจารย์สมณฑูตที่นำปฏิบัติศาสนามาเผยแผ่ในประเทศไทย ได้ฝากไว้แก่ข้าพเจ้าด้วยความไม่สบายใจและเป็นห่วงต่อพระปฏิบัติศาสนาว่า

          “อาจารย์เป็นคนเอาวิปัสสนามาเผยแผ่ในประเทศไทยเอง เมื่อก่อนหน้านั้นวิปัสสนาไม่มี เมื่ออาจารย์มาใหม่ ๆ ได้สำรวจวัดที่ขึ้นป้ายวิปัสสนากัมมัฏฐานทั่วประเทศ ๑,๖๐๐ กว่าวัด ป้ายที่เขียนน่ะใช่ แต่วิธีสอนข้างในไม่ใช่ เป็นต่าง ๆ กันไป เมื่ออาจารย์มาใหม่ๆ ตอนแรกไม่มีคนรู้จักวิปัสสนา สอนง่ายดีเหลือเกิน ตอนหลังคนรู้บ้างไม่รู้บ้างไปสอนตำราก็เกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย พระไตรปิฎกอรรถกถาฎีกาก็ไม่ค่อยค้นดูกัน ชอบอัตโนมัติเอาเอง ทำให้วิปัสสนาผิดเพี้ยนไปอาจารย์ไม่ค่อยสบายใจ บุคคลเหล่านั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นลูกหลานของอาจารย์เอง อาจารย์เป็นคนต่างชาติถึงรู้อยู่แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ ในบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ประโยค ๙ หัวแข็งมากที่สุด ส่วนท่านความรู้ก็ไม่ค่อยมีแต่หัวแข็งกว่าประโยค ๙ เสียอีก ในฐานะที่ท่านเป็นคนไทยด้วยกันท่านต้องไปทำ”

          เหล่านี้เป็นความปรารถนาที่เต็มเปี่ยม และแฝงเต็มไว้ด้วยความห่วงใย ในพระศาสนาที่แฝงด้วยความเมตตา อันใหญ่หลวงในพุทธบริษัท ชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง ความต้องการเห็นพระพุทธศาสนาปฏิบัติที่ถูกต้องเกิดขึ้น และยังเป็นประโยชน์ใหญ่แก่ปวงชนชาวไทยไปตราบนานเท่านาน ได้มีโอกาสบรรลุสมความปรารถนา

  • เพื่อให้ได้มีส่วนเสริมสร้าง ส่วนการศึกษาของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้ได้บรรลุเป้าหมายในส่วนวิซาชั้นสูงตามที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ องค์ผู้สถาปนามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้ทรงประสงค์ไว้ปรากฏในประกาศพระราชปรารภในการก่อพระฤกษ์สังมิกเสนาศน์ราชวิทยาลัยเพื่อเตรียมพระราชทานพระนามใหม่ว่ามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในปี พ.ศ.๒๔๓๙ ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) สมัยที่ยังดำรงสมณศักดิ์เป็นพระพิมลธรรม องค์ประธานสภานายกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยรูปหนึ่ง ได้ให้ความหมายในการปฐมนิเทศน์นิสิตใหม่ของจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในพระอุโบสถวัดมหาธาตุฯ ประจำปี พ.ศ.๒๕๒๙ ว่า “คำว่าวิชาชั้นสูงหมายถึง มรรค ผล นิพพาน หรือ โสฬสญูาณ ดังนั้นผู้ใดศึกษาที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยยังได้ไม่ถึงโสฬสญูาณ จึงยังไม่จบหลักสูตรวิชาชั้นสูงของมหาจุฬาฯ”

          ดังนั้นเพื่อให้นิสิตหรือบัณฑิตของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้มีโอกาสเรียนจบทั้งปริยัติสัทธรรมและวิชาชั้นสูงแม้สถาบันการศึกษาอื่น ๆ ทั้งของสงฆ์และของคฤหัสถ์ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งของศาสนาพุทธและศาสนาอื่น ๆ ทั้งที่มีอยู่ภายในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกอย่างไม่จำกัดชาติ ชั้น วรรณะ ศาสนา เพศ วัย ได้มีสถานที่ศึกษาวิชาชั้นสูง ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนี้อย่างเสมอภาค จบหลักสูตรสมบูรณ์โดยเท่าเทียมกันตามกาลอันสมควรด้วยความสามารถแห่งตนในอนาคต 

          เมื่อข้าพเจ้ายังเป็นนักศึกษาได้สัญจรไปทั่วทุกภาคของประเทศเพื่อแสวงหาผู้สอนให้ได้ว่า “ธรรมที่จะนำไปสู่การตรัสรู้ตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อความดับทุกข์ได้จริง ๆ อันมีอริยมรรค ๘ องค์ และอริยสัจ ๔ เป็นต้น ตรงตามที่บันทึกไว้ในนิกายต่าง ๆ ในพระไตรปิฎกนั้นคืออย่างไร” จนมีอาจารย์มากมาย ใช้เวลาถึง ๒๑ ปี ได้ศึกษากับท่านอาจารย์พระภัททันตะ อาสภมหาเถระ จบขั้นต้นการปฏิบัติเรียนวิชาครูฝึกสอนจบรวมแล้ว ๔ ปีเต็ม เตรียมการก่อตั้งศูนย์กลางการศึกษาวิปัสสนาธุระพุทธวิหาร สร้างบุคลากรในระดับครูที่ถึงคุณภาพเพื่อรองรับงานของศูนย์และงานพระศาสนา เพื่อทดลองหลักสูตรที่รู้มาว่าจะยังมีที่ใดไม่เรียบร้อยต้องแก้ไข และสัญจรไปในประเทศเพื่อสอนให้ประชาชนทั้งที่เป็น ภิกษุ พุทธบริษัท สามเณร และอุบาสก อุบาสิกาพุทธบริษัท ให้รู้ว่าธรรมที่ใช้ในการดับทุกข์เป็นอย่างไร อะไรคือถูก อะไรคือผิด และทำอย่างไรธรรมเหล่านั้นจึงจะเกิดขึ้น จะรู้เห็นได้อย่างไร อีก ๘ ปี จะย่างเข้า๙ ปี วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ ๒๕๔๔ ถึง ๒๕๔๕ ที่จะถึงแล้วนี้ รวมระยะเวลาแล้ว ๓๓ ปี ย่างเข้า ๓๔ ปี ยังไม่เคยเห็นไม่เคยได้ยินคำสอนจากอาจารย์รูปใดท่านใด ทั้งในพุทธศาสนาและนอกพุทธศาสนาที่สอนวิธีทำให้มรรค ๘ องค์เกิด เพื่อการดับทุกข์ได้ชัดเจนเลย นอกจากท่านอาจารย์พระภัททันตะ อาสภมหาเถระ และศิษยานุศิษย์ที่ทรงคุณภาพของท่านเท่านั้น ดังนั้น สมณธรรมจึงปรากฏให้ผู้ปฏิบัติถูกต้อง เห็นได้ พิสูจน์ได้ ด้วยดวงตาที่ได้ปรากฏเห็นแล้ว และปัญญาญาณของตนเอง สมณธรรมขั้นที่ ๑ ขั้นที่ ๒ ขั้นที่ ๓ ขั้นที่ ๔ อันเป็นชั้น ผลการศึกษาที่มีได้เฉพาะในวิปัสสนาธุรัมจึงเกิดได้ตรงตามพระพุทธองค์ทรงเทศน์ไว้ ซึ่งมีปรากฎจารึกไว้ในหลายนิกายในพระไตรปิฎกในอรรถกถาและฎีกาเป็นต้นความเข้าใจและสิ้นสงสัยในปริยัติธรรมว่ามีได้จริงหรือ จึงได้สิ้นไป หมดไปเพราะมาแจ่มแจ้งในปฏิบัติธรรม และปฏิเวธรรมที่ตรงกันดังนี้

  • เพื่อทำให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ปรากฏแก่จักษุคือปัญญาญาณแห่งพุทธบริษัทที่เคารพนับถือ จงรักภักดีซื่อตรงต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อขจัดความเข้าใจผิดเพี้ยนที่มวลมนุษย์มีต่อพระศาสนาด้วยอำนาจแห่งโมหะและมานะทิฎฐิให้หมดไปเหมือนดวงพระอาทิตย์อุทัยขึ้นจับขอบฟ้าเพื่อขจัดความมืดมิดอันเปรียบด้วยโมหะอันทำให้เกิดความเข้าใจผิดวิปลาสไปจากสภาพความจริงที่เป็นจริง ความชัดเจนแจ่มแจ้งแห่งธรรมได้โอกาสกลับคืนมา เพื่อให้ปรากฏแก่ดวงตาปัญญาแห่งมนุษย์สัตว์เป็นประโยชน์สืบต่อไป อันเป็นความประสงค์สุดยอดแห่งเรา แห่งกลุ่มผูทำงานนี้ขึ้นด้วยเหตุผลที่ว่า พระพุทธศาสนาจะไม่บรรลุประโยชน์แก่มนุษย์และเทวดาตามเป้าหมายได้เลยถ้าขาดการปฏิบัติที่ถูกต้องอย่างถึงคุณภาพ เช่น ท่านจะไม่สำเร็จประโยชน์เพียงแค่รู้ปริยัติว่า ทานมีกี่ชนิดชนิดไหนมีอานิสงส์มากชนิดไหนมีอานิสงส์น้อย คำถวายว่าอย่างไรสามารถแนะนำผู้อื่นได้แต่ไม่เคยทำเองเลย ไม่เคยถวายเลย ศีลก็รู้เป็นอย่างดีว่ามีกี่ชนิด อะไรบ้าง ทำอย่างไรจึงจะได้อานิสงส์มากหรือน้อยอย่างไร สามารถแนะนำผู้อื่นได้แต่ตนเองไม่เคยรักษาเลย ภาวนาไม่ว่าจะเป็นสมถะหรือวิปัสสนาท่องได้หมด พูดได้หมด หากจะมีความสามารถถึงขั้นแนะนำคนอื่นได้แต่ตนเองไม่เคยทำเลย ก็ไม่สามารถได้รับประโยชน์จากปริยัติสัทธรรมนั้นๆ ได้เลยแม้แต่น้อยเหมือนกัน
  • เพื่อให้กิจในการศึกษาแห่งพระพุทธศาสนาครบวงจร กล่าวคือ วิปัสสนาธุระอันได้แก่ปฏิบัติศาสนาได้ถูกต้องเริ่มก่อนจึงได้ผล อันได้แก่ปฏิเวธศาสนาจึงเกิดได้ และสุดท้ายจึงตรวจสอบทั้งปฏิบัติและปฏิเวธนั้นด้วยปริยัติศาสนาอันเป็นวิทยานิพนธ์หลักฐานในการตรัสรู้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและอริยสงฆ์ได้ทำไว้ อันเป็นคันถธุระว่าถูกต้องตรงตามสมมุติบัญญัติที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้หรือไม่ เพื่อไม่ให้มีความเห็นขัดแย้งกันกับที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ด้วย การสร้างสมมุติบัญญัติอื่นขึ้นมาอันอาจทำให้เกิดความเข้าใจในพระปริยัติสัทธรรมคลาดเคลื่อนนั้นได้หายไป อันเป็นการทำให้สัมมาทิฎฐิความเห็นถูกต้องตรงกันตามแนวทางที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เคยทำไว้แต่โบราณให้ยังคงเป็นแนวทางที่ปรากฏเห็นเด่นชัดว่าถูกต้องที่สุด เหมาะสมที่สุด แก่การศึกษาเพื่อดับทุกข์ของโลกต่อไป